10 ของขวัญที่คนจีนไม่ควรให้ ความหมายแฝงที่ควรรู้

10 ของขวัญที่คนจีนไม่ควรให้ ความหมายแฝงที่ควรรู้

การให้ของขวัญเป็นวิธีแสดงความปรารถนาดีที่พบได้ทั่วโลก แต่สำหรับวัฒนธรรมจีนซึ่งให้ความสำคัญกับความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก การเลือกของขวัญต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะหลายสิ่งมีความหมายแฝงจากคำพ้องเสียงในภาษาจีน ซึ่งอาจเปลี่ยนเจตนาดีให้กลายเป็นลางไม่ดีได้โดยไม่ตั้งใจ ดังนั้นหากคุณมีเพื่อน คู่ค้า หรือคนสำคัญเป็นชาวจีน การรู้จัก “ของขวัญที่ควรหลีกเลี่ยง” จะช่วยให้คุณให้ของขวัญได้อย่างเหมาะสม สุภาพ และสร้างความประทับใจมากกว่าเดิม

นาฬิกา

นี่คือของขวัญต้องห้ามอันดับหนึ่งในวัฒนธรรมจีน เพราะการให้นาฬิกาในภาษาจีนกลางใช้คำว่า 送钟 (sòng zhōng) ซึ่งออกเสียงเหมือนกับ 送终 (sòng zhōng) ที่หมายถึงการไปส่งคนในวาระสุดท้ายหรือการไปร่วมงานศพ ทำให้การให้นาฬิกาถูกมองว่าเป็นการแช่งให้ผู้รับใกล้ถึงจุดจบของชีวิต ถือเป็นลางร้ายอย่างรุนแรงและไม่เหมาะอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับผู้ใหญ่ คนรัก หรือคู่ค้าทางธุรกิจ

รองเท้า

คำว่า “รองเท้า” (鞋, xié) ในภาษาจีนออกเสียงพ้องกับคำว่า “邪” (xié) ซึ่งมีความหมายถึงสิ่งอัปมงคลหรือโชคร้าย ทำให้การให้รองเท้าถูกตีความว่าเป็นการมอบเคราะห์ร้ายให้แก่ผู้รับ นอกจากนี้ในความเชื่อของบางกลุ่ม การให้รองเท้าแก่คนรักหรือคู่ครองยังสื่อถึงนัยยะว่าอีกฝ่ายอาจเดินจากไป จึงถือเป็นของขวัญที่ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะในความสัมพันธ์ที่สำคัญ

ร่ม

แม้ร่มจะเป็นของใช้ที่ดูมีประโยชน์และใช้งานได้จริง แต่ในวัฒนธรรมจีนคำว่า “ร่ม” (伞, sǎn) ออกเสียงใกล้เคียงกับคำว่า “散” (sàn) ซึ่งหมายถึงการแตกแยก การเลิกรา หรือการพลัดพราก การให้ร่มจึงถูกตีความในเชิงลบ ราวกับเป็นการสื่อว่าต้องการยุติความสัมพันธ์หรือทำให้ครอบครัวของผู้รับไม่กลมเกลียว จึงควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อต้องให้ของขวัญกับคนใกล้ชิดหรือในโอกาสมงคล

ผ้าเช็ดหน้า

ในความเชื่อดั้งเดิมของชาวจีน ผ้าเช็ดหน้ามักถูกใช้เพื่อซับน้ำตาและนิยมมอบกันในงานศพ เพื่อสื่อถึงการอำลาครั้งสุดท้าย ด้วยเหตุนี้การให้ผ้าเช็ดหน้าจึงถูกเชื่อมโยงกับความเศร้า การสูญเสีย และการจากลาตลอดไป ถือเป็นของขวัญที่ไม่เหมาะ โดยเฉพาะในโอกาสมงคลหรือกับคนสำคัญ

ของมีคม

ของมีคมทุกชนิด เช่น มีด กรรไกร หรือของที่สามารถตัดได้ ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการตัดขาดในวัฒนธรรมจีน การมอบของขวัญลักษณะนี้จึงเปรียบเสมือนการประกาศยุติความสัมพันธ์หรือความผูกพันที่มีต่อกัน ซึ่งสอดคล้องกับสำนวนจีน “一刀两断” (อี้ เตา เหลียง ต้วน) ที่หมายถึงการตัดความสัมพันธ์ให้ขาดเด็ดขาด ดังนั้นของมีคมจึงเป็นของขวัญที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับคนใกล้ชิดหรือคู่ค้าทางธุรกิจ

สาลี่

แม้แต่ผลไม้ก็มีข้อห้ามเช่นกัน โดยคำว่า “สาลี่” (梨, lí) ในภาษาจีนออกเสียงเหมือนกับคำว่า “离” (lí) ที่หมายถึงการจากลา หรือการแยกจากกัน ด้วยเหตุนี้คนจีนจึงมักหลีกเลี่ยงการให้สาลี่เป็นของขวัญ เพราะถูกมองว่าเป็นลางของการเลิกรา อย่างไรก็ตาม การกินสาลี่ด้วยกันไม่ถือว่าเป็นเรื่องไม่ดี ข้อห้ามจะเน้นเฉพาะในกรณีของการมอบให้เท่านั้น

ดอกเบญจมาศ และดอกไม้สีขาว

ในวัฒนธรรมจีน ดอกเบญจมาศ โดยเฉพาะสีขาวและสีเหลือง รวมถึงดอกไม้สีขาวส่วนใหญ่มักใช้เฉพาะในงานศพหรือพิธีไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วเท่านั้น ดังนั้นการมอบดอกไม้เหล่านี้ในโอกาสมงคล เช่น วันเกิด งานแต่ง หรือการแสดงความยินดี จึงถูกมองว่าเป็นลางร้ายและไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

หมวกสีเขียว

ข้อนี้อาจฟังดูแปลก แต่ถือว่าสำคัญมาก โดยเฉพาะกับผู้ชาย ในวัฒนธรรมจีนมีสแลงว่า “สวมหมวกสีเขียว” (戴绿帽子, dài lǜ màozi) ซึ่งหมายถึงการถูกภรรยานอกใจหรือถูกสวมเขา ดังนั้นการให้หมวกสีเขียวแก่ผู้ชายชาวจีนจึงถูกมองว่าเป็นการดูถูก เหยียดหยาม และไม่ให้เกียรติอย่างรุนแรง เป็นของขวัญที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด

ข้อนี้อาจฟังดูแปลก แต่ถือว่าสำคัญมาก โดยเฉพาะกับผู้ชาย ในวัฒนธรรมจีนมีสแลงว่า “戴绿帽子 (dài lǜ màozi)” หรือ “สวมหมวกสีเขียว” ซึ่งใช้สื่อถึงการถูกคู่ครองนอกใจหรือถูกสวมเขา ดังนั้นการมอบหมวกสีเขียวให้ผู้ชายชาวจีนจึงถูกมองว่าเป็นการดูถูกและไม่ให้เกียรติอย่างรุนแรง ถือเป็นของขวัญต้องห้ามที่ควรหลีกเลี่ยงโดยสิ้นเชิง

กระจก

ในความเชื่อของวัฒนธรรมจีน กระจกมักถูกเชื่อมโยงกับเรื่องไสยศาสตร์และพลังลี้ลับ โดยมีความเชื่อว่ากระจกสามารถดึงดูดหรือสะท้อนวิญญาณร้ายได้ อีกทั้งกระจกยังเป็นของที่แตกหักง่าย จึงถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของลางร้ายและความสัมพันธ์ที่เปราะบาง การมอบกระจกเป็นของขวัญจึงไม่เหมาะ โดยเฉพาะในโอกาสมงคล

สิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเลข 4

ในวัฒนธรรมจีนตัวเลขมีความหมายเชิงสัญลักษณ์สูงมากโดยเฉพาะเลข 4 (四, sì) ซึ่งออกเสียงพ้องกับคำว่า “死” (sǐ) ที่แปลว่า ความตาย จึงถูกมองว่าเป็นเลขอัปมงคลอย่างรุนแรง ด้วยเหตุนี้จึงควรหลีกเลี่ยงการให้ของขวัญเป็นชุด 4 ชิ้น, ของขวัญที่มีเลข 4 เกี่ยวข้อง หรือการจัดแพ็กเกจที่สื่อถึงเลขนี้ เพราะอาจถูกตีความว่าเป็นลางร้ายโดยไม่ตั้งใจ

แหล่งที่มา : www.sanook.com