10 เคล็ดลับดูแลกลิ่นตัวผู้ชาย เสริมความมั่นใจและบุคลิก
กลิ่นตัวเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มีผลต่อภาพลักษณ์ของผู้ชายมากกว่าที่คิด เพราะเป็นสิ่งที่คนรอบข้างรับรู้ได้ทันทีเมื่อเข้าใกล้ การมีกลิ่นกายที่สะอาด สดชื่น และไม่ฉุนเกินไป ช่วยเสริมความมั่นใจ ทำให้ดูดูแลตัวเองดี และสร้างความรู้สึกน่าเข้าใกล้ได้มากขึ้นแบบไม่ต้องพยายามมาก วันนี้เราจึงมี 10 เคล็ดลับในการดูแลกลิ่นตัวผู้ชาย เสริมความมั่นใจและบุคลิกมาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

อาบน้ำให้สะอาดทุกวัน
การอาบน้ำช่วยชำระ เหงื่อ ความมัน และแบคทีเรีย ที่สะสมบนผิว โดยเฉพาะบริเวณรักแร้ คอ หลัง และขาหนีบ ซึ่งเป็นจุดที่เกิดกลิ่นได้ง่าย โดยควรอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 1–2 ครั้ง หรือหลังออกกำลังกายและเหงื่อออกมาก พร้อมเช็ดตัวให้แห้งสนิทเพื่อลดความอับชื้นและกลิ่นไม่พึงประสงค์
เลือกสบู่หรือเจลอาบน้ำให้เหมาะกับผิว
ผลิตภัณฑ์อาบน้ำช่วยชำระ เหงื่อ ความมัน และสิ่งสกปรก ที่สะสมบนผิว ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว โดยเฉพาะคนที่เหงื่อออกง่ายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ โดยเลือกสูตรที่ทำความสะอาดได้ดีแต่ไม่ทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคือง หากมีกลิ่นตัวง่าย ควรเน้นทำความสะอาดบริเวณรักแร้และจุดอับให้ทั่วถึง
ใช้โรลออนหรือดีโอโดแรนท์
บริเวณรักแร้เป็นจุดที่เกิดกลิ่นได้ง่าย การใช้ Deodorant ช่วยลดหรือกลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ ส่วน Antiperspirant มีส่วนช่วยลดปริมาณเหงื่อ จึงควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการของตัวเอง
เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
เสื้อผ้าที่ระบายอากาศไม่ดีอาจกักเก็บ เหงื่อและความชื้น ทำให้เกิดกลิ่นอับได้ง่าย โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนหรือมีกิจกรรมกลางแจ้ง ควรเลือกเสื้อผ้าที่โปร่ง ระบายอากาศและความชื้นได้ดี เช่น ผ้าฝ้ายหรือผ้าสำหรับกีฬา และควรเปลี่ยนเสื้อทันทีเมื่อเปียกเหงื่อมาก
เปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดทุกวัน
แม้เสื้อผ้าจะดูไม่สกปรก แต่เหงื่อ ความมัน และแบคทีเรีย สามารถสะสมอยู่บนเนื้อผ้าและทำให้เกิดกลิ่นอับได้ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นหรือวันที่เหงื่อออกมาก ควรเปลี่ยนเสื้อผ้าและชุดชั้นในทุกวัน และหลีกเลี่ยงการนำเสื้อที่มีเหงื่อมาใส่ซ้ำโดยไม่ซัก หากออกกำลังกายหรือเหงื่อออกมาก ควรเปลี่ยนเป็นชุดสะอาดโดยเร็วเพื่อช่วยลดกลิ่นสะสม
ดูแลอาหารและสุขภาพโดยรวม
อาหารบางชนิดอาจมีผลต่อกลิ่นกายในบางคน เช่น กระเทียม หัวหอม เครื่องเทศ หรือแอลกอฮอล์ เนื่องจากสารบางส่วนสามารถถูกขับออกมาทางเหงื่อและลมหายใจได้ รับประทานอาหารให้หลากหลายและสมดุล ดื่มน้ำให้เพียงพอ และลองสังเกตว่าอาหารชนิดใดทำให้กลิ่นตัวเปลี่ยนไป หากมีกลิ่นตัวแรงหรือเปลี่ยนไปอย่างผิดปกติแม้ดูแลความสะอาดดีแล้ว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติและป้องกันภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อน ออกกำลังกาย หรือมีเหงื่อออกมาก อย่างไรก็ตามการดื่มน้ำไม่ได้ช่วยลดกลิ่นตัวโดยตรง เพราะกลิ่นตัวส่วนใหญ่เกิดจากเหงื่อที่สัมผัสกับแบคทีเรียบนผิวหนัง
เลือกน้ำหอมให้เข้ากับตัวเอง
น้ำหอมช่วยเสริมบุคลิกและสร้างความประทับใจได้ แต่ควรเลือกกลิ่นที่เข้ากับสไตล์และโอกาส เช่นกลิ่นสะอาดสดชื่น สำหรับวันทำงาน หรือกลิ่นแนวอบอุ่นสำหรับช่วงเย็น ฉีดในปริมาณพอดีบริเวณจุดชีพจร เช่น ข้อมือหรือคอ และหลีกเลี่ยงการฉีดมากเกินไป เพราะกลิ่นที่แรงเกินอาจรบกวนคนรอบข้าง
ดูแลเสื้อผ้าให้สะอาดและแห้งสนิท
กลิ่นตัวไม่ได้มาจากร่างกายเพียงอย่างเดียว เพราะเหงื่อ ความมัน และแบคทีเรีย สามารถสะสมอยู่บนเสื้อผ้าได้ โดยเฉพาะเสื้อที่ซักไม่สะอาดหรือเก็บทั้งที่ยังชื้น อาจทำให้เกิดกลิ่นอับและกลับมาติดตัวเมื่อสวมใส่ ดังนั้นควรซักเสื้อผ้าหลังใช้งานและตากหรืออบให้แห้งสนิทก่อนเก็บ
อย่ามองข้ามความสะอาดจุดเล็ก ๆ
กลิ่นไม่พึงประสงค์ไม่ได้เกิดเฉพาะบริเวณรักแร้ แต่เท้า รองเท้า หนังศีรษะ และเส้นผม ก็สามารถสะสมเหงื่อ ความมัน และแบคทีเรียจนเกิดกลิ่นได้เช่นกัน ดังนั้นควรเปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน ทำความสะอาดและผึ่งรองเท้าให้แห้ง สระผมตามความเหมาะสม และเช็ดบริเวณซอกนิ้วเท้าให้แห้งหลังอาบน้ำ
แหล่งที่มา : men.kapook.com