5 ทริคจัดการความเครียดให้ใจเบาสบาย
ในวันที่งานถาโถม มือถือแจ้งเตือนไม่หยุด จนความเครียดสะสมแบบไม่รู้ตัว หลายคนเริ่มรู้สึกได้เลยว่าร่างกายส่งสัญญาณเตือน ทั้งนอนไม่หลับ ปวดคอปวดบ่า หรือผิวดูโทรมกว่าปกติ ถึงเวลาต้องรีเซ็ตตัวเองด้วยเทคนิคที่เรียกว่า Relaxation Response หรือการกระตุ้นร่างกายให้เข้าสู่โหมดผ่อนคลาย เพื่อดึงสมดุลทั้งกายและใจกลับมาอีกครั้ง

โฟกัสลมหายใจ ดึงใจกลับมาปัจจุบัน
วิธีง่ายที่สุดที่ทำได้ทันที ไม่ว่าจะอยู่ที่โต๊ะทำงานหรือบนรถไฟฟ้า คือการหายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ ให้ลมลงไปถึงหน้าท้อง (Belly Breathing) แล้วค่อย ๆ ปล่อยลมหายใจออกยาว ๆ พร้อมปล่อยความคิดวุ่นวายทิ้งไป การฝึกแบบนี้ช่วยลดความฟุ้งซ่าน ทำให้หัวใจเต้นช้าลง และดึงสติกลับมาอยู่กับตัวเอง เหมาะมากในวันที่กังวล เครียด หรือรู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้ โดยเฉพาะกับคนที่มีความกังวลเรื่องการกิน เพราะการจดจ่อกับลมหายใจจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อร่างกายมากขึ้น
สำรวจร่างกาย คลายความตึงเครียดแบบ Body Scan
ถ้ารู้สึกปวดเมื่อยหรืออึดอัดแบบหาสาเหตุไม่เจอ ลองใช้เทคนิค Body Scan ดูค่ะ วิธีคือหายใจลึก ๆ ช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ไล่สังเกตร่างกายทีละส่วน ตั้งแต่ปลายเท้า ขา ลำตัว ไหล่ จนถึงศีรษะ จุดไหนที่รู้สึกตึง ให้ตั้งใจผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณนั้นอย่างช้า ๆ
เทคนิคนี้ช่วยให้เราเชื่อมโยงใจกับกายได้ดีขึ้น เพราะหลายครั้งความเครียดมักไปสะสมอยู่ตามไหล่ คอ หรือกรามโดยไม่รู้ตัว อย่างไรก็ตามใครที่เพิ่งผ่าตัด หรือมีความกังวลเรื่องรูปร่าง ควรฝึกอย่างระมัดระวัง เพราะการโฟกัสบางจุดมากเกินไปอาจทำให้ไม่ผ่อนคลายเท่าที่ควร
ใช้จินตนาการพาตัวเองไปพักใจ
ลองหลับตาแล้วนึกถึงสถานที่ที่ทำให้คุณรู้สึกสบายใจ ไม่ว่าจะเป็นทะเลเงียบ ๆ ภูเขาอากาศดี หรือคาเฟ่โปรดที่อบอุ่น การสร้างภาพในหัวแบบนี้ช่วยให้สมองสลับจากโหมดเครียดไปสู่โหมดผ่อนคลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ปัจจุบันก็มีแอปฯ เสียงธรรมชาติหรือเสียงบรรยากาศเช่น คลื่นทะเล เสียงฝน ให้เปิดคลอระหว่างพักสายตา ช่วยให้เข้าถึงอารมณ์นั้นได้ง่ายขึ้น แต่อาจต้องใช้เวลาฝึกเล็กน้อยโดยเฉพาะสำหรับคนที่ความคิดตีกันตลอดเวลา หรือไม่ถนัดจินตนาการภาพชัด ๆ เริ่มจากภาพง่าย ๆ และให้เวลาตัวเองค่อย ๆ ฝึก จะช่วยได้มากขึ้น
โฟกัสปัจจุบัน ตัดวงจรความฟุ้งซ่าน
อีกหนึ่งเทคนิคที่เวิร์กมากสำหรับสาวยุคใหม่คือการฝึก Mindfulness หรือการอยู่กับปัจจุบัน ลองนั่งในท่าที่สบาย หลับตาเบา ๆ แล้วโฟกัสที่ลมหายใจเข้า–ออกตรงนี้เท่านั้น ไม่ต้องคิดย้อนถึงเรื่องที่พลาดมาแล้ว หรือกังวลกับงานที่ยังไม่เกิดขึ้น
งานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่าการฝึกแบบนี้ช่วยลดความวิตกกังวล บรรเทาอาการซึมเศร้า และยังช่วยลดความตึงเครียดทางร่างกายได้ด้วย เมื่อใจนิ่ง ร่างกายก็ผ่อนคลายตามอย่างเป็นธรรมชาติ
โยคะหรือไทเก๊ก ปล่อยใจให้ไหลไปกับการเคลื่อนไหว
ถ้าอยากผ่อนคลายแบบได้ขยับร่างกายไปด้วย โยคะหรือไทเก๊กคือคำตอบ ทั้งสองศาสตร์เน้นการประสานลมหายใจกับการเคลื่อนไหวช้า ๆ ต่อเนื่อง ช่วยดึงความสนใจออกจากเรื่องวุ่นวายในหัว กลับมาโฟกัสที่ร่างกายของตัวเองแทน
นอกจากช่วยลดความเครียดแล้ว ยังได้โบนัสเป็นรูปร่างที่กระชับขึ้น ความยืดหยุ่นดีขึ้น และการทรงตัวที่มั่นคงกว่าเดิม แต่สำหรับใครที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่ม
แหล่งที่มา : www.sanook.com