7 เทคนิคจัดบ้านให้ดูกว้าง อยู่สบายแม้พื้นที่จำกัด
ไม่ว่าจะเป็นคอนโด ห้องเช่า หรือบ้านหลังเล็ก หลายคนคงเคยรู้สึกว่าพื้นที่ดูแคบและอึดอัด แต่จริง ๆ แล้ว การทำให้บ้านดูกว้างขึ้นไม่จำเป็นต้องทุบหรือขยายพื้นที่เสมอไป แค่เลือกจัดวางและออกแบบให้ถูกจุด ก็สามารถเปลี่ยนบ้านให้โปร่ง โล่ง และน่าอยู่ขึ้นได้ทันตา วันนี้เรารวม 7 เคล็ดลับจากนักออกแบบตกแต่งภายใน ที่ช่วยให้บ้านขนาดเล็กดูใหญ่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มาฝากกัน

ใส่ใจสัดส่วนเฟอร์นิเจอร์ให้พอดีกับพื้นที่
หัวใจของการจัดบ้านขนาดเล็กคือการเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้พอดีกับพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องเล็กทุกชิ้น แต่ต้องไม่ใหญ่จนกินทางเดินหรือรบกวนการใช้งานประจำวัน ก่อนจัดวางควรวางแผนตำแหน่งล่วงหน้าเสมอว่าแต่ละชิ้นอยู่ตรงไหน และยังมีพื้นที่ให้เคลื่อนไหวได้สะดวกหรือไม่ นักออกแบบแนะนำให้วัดขนาดเฟอร์นิเจอร์ก่อนซื้อ โดยเฉพาะชิ้นที่มีฟังก์ชันเสริมอย่างเตียงพับหรือโซฟาปรับได้ เพื่อเผื่อพื้นที่ตอนใช้งานจริง เมื่อสัดส่วนทุกอย่างลงตัว บ้านก็จะดูเป็นระเบียบ โปร่งสบาย และใช้งานได้คล่องขึ้นทันที
แบ่งพื้นที่ใช้งานให้ชัด แม้ไม่มีผนังกั้น
บ้านขนาดเล็กจะดูกว้างขึ้นทันทีเมื่อกำหนดโซนการใช้งานให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งเล่น มุมทานอาหาร หรือพื้นที่ทำงาน แม้จะเป็นพื้นที่เปิดโล่งก็ตาม การแยกโซนอย่างเป็นระบบช่วยให้บ้านดูมีโครงสร้างและใช้งานง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องกั้นผนังทึบซึ่งอาจทำให้ห้องดูแคบลง นักออกแบบแนะนำให้ใช้พรม โคมไฟ แสงไฟ หรือการจัดวางเฟอร์นิเจอร์เป็นตัวแบ่งพื้นที่แทน วิธีนี้ช่วยให้แต่ละมุมมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ขณะเดียวกันภาพรวมของบ้านก็ยังดูโปร่ง โล่ง และเชื่อมต่อกันอย่างลงตัว
ใช้พื้นที่แนวตั้งให้คุ้ม เพิ่มความโปร่งให้บ้าน
ถ้าบ้านหรือห้องมีเพดานค่อนข้างสูง อย่าปล่อยพื้นที่แนวตั้งให้เสียเปล่า เพราะนี่คือทริคสำคัญที่ช่วยให้บ้านดูกว้างและโปร่งขึ้นได้ทันที การติดตั้งชั้นวางของสูง ตู้เก็บของจรดเพดาน หรือออกแบบพื้นที่เก็บของในแนวดิ่ง จะช่วยดึงสายตาขึ้นด้านบน ทำให้ห้องดูสูง ไม่อึดอัด โดยไม่ต้องขยายพื้นที่จริง นอกจากนี้เพดานยังเปรียบเหมือนผนังที่ห้าที่สามารถตกแต่งเพิ่มมิติได้ ไม่ว่าจะเป็นลวดลายไม้ คานตกแต่ง หรือการเลือกโทนสีที่ช่วยเสริมความสูงของห้อง รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยให้บ้านดูมีมิติ โปร่งสบาย และน่าอยู่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เลือกเฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชัน ใช้พื้นที่ให้คุ้มทุกตารางเมตร
สำหรับบ้านหรือห้องขนาดเล็ก เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานได้มากกว่าหนึ่งอย่างคือไอเทมที่ควรมี นักออกแบบแนะนำให้เลือกชิ้นที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ เช่น โซฟาพับเก็บได้ โต๊ะที่สามารถยืด–หดขนาด หรือเก้าอี้ที่ซ้อนเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน เฟอร์นิเจอร์แบบนี้ช่วยลดจำนวนของชิ้นใหญ่ที่กินพื้นที่โดยไม่จำเป็น ทำให้ห้องดูโล่งขึ้น นอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชันยังเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะปรับมุมนั่งเล่นให้เป็นพื้นที่รับแขก หรือใช้โต๊ะตัวเดียวทั้งทำงานและทานอาหาร ก็ช่วยให้บ้านเล็กใช้งานได้หลากหลายและไม่อึดอัด
เปิดรับแสงธรรมชาติ เติมความโปร่งให้บ้านทันที
แสงธรรมชาติเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้บ้านดูกว้างและมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้บังหน้าต่าง และเปิดทางให้แสงส่องเข้ามาได้เต็มที่ จะช่วยให้พื้นที่ภายในสว่าง โปร่ง และสบายตา นักออกแบบหลายคนมองว่าแสงธรรมชาติไม่ได้แค่เพิ่มความสวยงาม แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและทำให้บ้านน่าอยู่มากขึ้น หากมีโอกาสปรับปรุงพื้นที่ ลองเลือกใช้หน้าต่างบานใหญ่หรือม่านโปร่งเพื่อให้แสงผ่านได้ดีขึ้น เพียงเพิ่มแสงธรรมชาติให้เพียงพอ บ้านขนาดเล็กก็สามารถดูโล่ง สดใส และกว้างขึ้นได้โดยไม่ต้องขยายพื้นที่เลย
ใช้สีโทนอ่อน–โทนกลาง ช่วยให้บ้านดูกว้างขึ้นทันตา
โทนสีมีผลต่อความรู้สึกของพื้นที่มากกว่าที่คิด สีอ่อนอย่างขาว ครีม หรือเอิร์ธโทนอ่อนช่วยสะท้อนแสงได้ดี ทำให้ห้องดูสว่าง โปร่ง และไม่อึดอัด นักออกแบบแนะนำให้เลือกใช้สีในโทนใกล้เคียงกันทั้งผนัง เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่ง เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางสายตา เมื่อสีภายในห้องกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว พื้นที่เล็ก ๆ จะดูโล่ง กว้าง และสบายขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
เพิ่มพื้นที่เก็บของแบบซ่อน บ้านโล่งขึ้นทันที
บ้านพื้นที่เล็กมักมีมุมซ่อนดี ๆ ที่ถูกมองข้าม เช่น ใต้เตียง ใต้บันได หรือช่องว่างตามผนัง หากนำพื้นที่เหล่านี้มาออกแบบเป็นที่เก็บของแบบซ่อน จะช่วยลดความรกในสายตาและทำให้บ้านดูเป็นระเบียบขึ้นอย่างชัดเจน นักออกแบบแนะนำให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีฟังก์ชันเก็บของในตัว เช่น เตียงมีลิ้นชัก ออตโตมัน หรือม้านั่งเปิดเก็บของ เพราะช่วยซ่อนของใช้จำเป็นได้โดยไม่กินพื้นที่เพิ่ม ทำให้บ้านดูโล่ง โปร่ง และใช้งานได้คุ้มค่ามากขึ้น
แหล่งที่มา : home.kapook.com