6 ปัจจัยกระตุ้นไมเกรนที่หลายคนไม่รู้
อาการปวดหัวตุบ ๆ ร้าวไปถึงเบ้าตา จนต้องหนีไปพักในห้องมืด เป็นปัญหาที่ผู้หญิงหลายคนคุ้นเคยดี โดยเฉพาะไมเกรนที่พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึงประมาณ 3 เท่า ซึ่งการพึ่งยาแก้ปวดเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางออกระยะยาว ลองเริ่มจากการทำความเข้าใจตัวกระตุ้นของไมเกรน พร้อมปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวม 6 ปัจจัยกระตุ้นไมเกรน และวิธีดูแลตัวเองแบบง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณกลับมาสดใสและใช้ชีวิตได้เต็มที่อีกครั้ง

ฮอร์โมนที่แปรปรวน
หนึ่งในตัวกระตุ้นไมเกรนที่พบได้บ่อยในผู้หญิงคือ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน เมื่อระดับเอสโตรเจนลดลง จะทำให้สมองไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวได้ง่าย วิธีรับมือคือ ลองจดบันทึกรอบเดือนควบคู่กับอาการปวด เพื่อสังเกตแนวโน้มล่วงหน้า และเตรียมตัวด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ พร้อมลดความเครียดในช่วงนั้น จะช่วยบรรเทาอาการได้
แสงสีฟ้าและแสงจ้าเกินไป
การใช้หน้าจอเป็นเวลานาน โดยเฉพาะแสงสีฟ้าจากมือถือหรือคอมพิวเตอร์เป็นอีกหนึ่งตัวกระตุ้นไมเกรนที่พบได้บ่อย แสงที่จ้าเกินไปอาจรบกวนระบบประสาทและทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ วิธีป้องกันคือใช้ ฟิลเตอร์กรองแสงสีฟ้า พักสายตาทุก ๆ 20 นาที และหลีกเลี่ยงการใช้มือถือในที่มืด เพื่อลดภาระของดวงตาและลดความเสี่ยงไมเกรน
อาหารและเครื่องดื่มบางชนิด
อาหารบางประเภทอาจเป็นตัวกระตุ้นไมเกรนได้ โดยเฉพาะ ชีส ไวน์แดง อาหารแปรรูปที่มีผงชูรสสูง หรือการบริโภคคาเฟอีนมากเกินไป สารบางชนิดเช่นไทรามีน (Tyramine) หรือสารให้ความหวาน อาจส่งผลต่อหลอดเลือดและกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวได้ แนะนำให้ลองสังเกตตัวเองว่าอาหารชนิดใดทำให้เกิดอาการ แล้วค่อย ๆ หลีกเลี่ยง นอกจากจะช่วยลดไมเกรนแล้ว ยังดีต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย
ความเครียดสะสมและสมองล้า
ความเครียดจากการทำงานและการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่าง คอร์ติซอล มากเกินไป ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ตึง และกระตุ้นให้เกิดอาการไมเกรนได้ วิธีดูแลตัวเองคือ ลองหาเวลาพักสั้น ๆ ระหว่างวัน เช่น ฝึกหายใจ ทำสมาธิ หรือเล่นโยคะเบา ๆ เพื่อช่วยคลายความตึงเครียด และปรับสมดุลระบบประสาทให้ผ่อนคลายมากขึ้น
รูปแบบการนอนที่ไม่สม่ำเสมอ
การนอนหลับที่ไม่เป็นเวลา ไม่ว่าจะนอนน้อยเกินไปหรือนอนชดเชยมากเกินไปในวันหยุด ล้วนเป็นตัวกระตุ้นไมเกรนได้ เพราะสมองต้องการความสม่ำเสมอในการทำงาน หากนอนดึกบ่อยหรือเปลี่ยนเวลานอนบ่อย ร่างกายจะเกิดความสับสนทางชีวภาพ ดังนั้นควรพยายาม เข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาในทุกวัน แม้ในวันหยุด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดไมเกรนได้
กลิ่นรุนแรงและมลภาวะ
กลิ่นฉุน เช่น น้ำหอมแรง ๆ ควันบุหรี่ หรือมลภาวะอย่าง PM 2.5 สามารถกระตุ้นไมเกรนได้ โดยกลิ่นเหล่านี้จะไปกระตุ้นระบบประสาทและทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้รวดเร็ว วิธีรับมือคือหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีกลิ่นรุนแรง และอาจพก ยาดมหรือกลิ่นอโรม่าอ่อน ๆ เช่น ลาเวนเดอร์ ติดตัวไว้ เพื่อช่วยลดความไวต่อสิ่งกระตุ้นและผ่อนคลายอาการได้
แหล่งที่มา : www.sanook.com