กินเท่าไรก็ไม่อ้วน ดีจริงหรือเสี่ยงโรค
บางคนพยายามลดน้ำหนักอย่างหนัก แต่น้ำหนักกลับไม่ลงง่าย ๆ อย่างที่หวัง ในขณะที่บางคนอยากเพิ่มน้ำหนักแทบตาย แต่กินเท่าไรก็ไม่อ้วนสักที ความแตกต่างนี้อาจไม่ได้เป็นแค่เรื่องเผาผลาญดี แต่อาจมีปัจจัยบางอย่างในร่างกายที่ควรสังเกต

พยาธิในลำไส้
หากร่างกายมีพยาธิสะสม อาจทำให้สารอาหารที่รับประทานเข้าไปถูกแย่งไปใช้ ส่งผลให้กินมากแต่น้ำหนักไม่เพิ่ม อาการที่พบบ่อย เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย หรือหิวบ่อยผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา เมื่อกำจัดพยาธิแล้ว ร่างกายจะสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้นและน้ำหนักอาจกลับมาเป็นปกติ
ออกกำลังกายหนักเกินไป
การออกกำลังกายมากเกินความพอดี อาจทำให้ร่างกายใช้พลังงานสูงเกินไปจนเกิดภาวะขาดสมดุล ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลีย และน้ำหนักไม่เพิ่มขึ้นแม้จะกินมากเพียงพอ ดังนั้นควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการพักผ่อนและโภชนาการที่เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวและทำงานได้อย่างสมดุล
ขาดสารอาหาร
การกินอาหารไม่สมดุล เช่น เน้นผักผลไม้มากเกินไป แต่ขาดคาร์โบไฮเดรต โปรตีน หรือไขมันที่จำเป็น อาจทำให้ร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอ ส่งผลให้กินเท่าไรก็ไม่อ้วน และยังรู้สึกอ่อนเพลียได้ง่าย การทานอาหารให้ครบหมู่และเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการรักษาสมดุลของร่างกาย
ไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism)
ภาวะนี้เกิดจากฮอร์โมนไทรอยด์สูงเกินไป ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานเร็วผิดปกติ ส่งผลให้กินมากแต่น้ำหนักไม่เพิ่ม นอกจากนี้อาจมีอาการร่วม เช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ เหงื่อออกง่าย ท้องเสียง่าย หรือตาโปน หากมีหลายอาการร่วมกัน ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสม
ชีแฮน ซินโดรม (Sheehan’s Syndrome)
ภาวะนี้มักเกิดในคุณแม่หลังคลอดที่มีการเสียเลือดมาก ทำให้ต่อมใต้สมองได้รับเลือดไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมระบบต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงการเผาผลาญ อาการอาจเกิดทันทีหลังคลอด หรือค่อย ๆ แสดงในภายหลัง เช่น อ่อนเพลีย น้ำหนักไม่เพิ่ม หรือฮอร์โมนผิดปกติ หากมีอาการผิดปกติหลังคลอด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
โรคเบาหวาน
ในระยะแรก ผู้ป่วยอาจมีอาการกินเยอะแต่ไม่อ้วน หรือแม้แต่น้ำหนักลดลงร่วมด้วย โดยมักมีอาการปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ และอ่อนเพลีย สาเหตุเกิดจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ต้องขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะ และดึงพลังงานจากกล้ามเนื้อมาใช้แทน ส่งผลให้ร่างกายผอมลงผิดปกติ หากมีอาการเข้าข่าย ควรรีบตรวจสุขภาพเพื่อวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม
โรคเรื้อรังบางชนิด
โรคเรื้อรัง เช่น วัณโรค อาจทำให้ร่างกายผอมลงหรือกินเท่าไรก็ไม่อ้วน เนื่องจากร่างกายใช้พลังงานมากกว่าปกติในการต่อสู้กับโรค อาการที่ควรระวัง ได้แก่ ไอเรื้อรัง ไอมีเลือดปน มีไข้ หรือเหงื่อออกตอนกลางคืน หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว
โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
ภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรังอาจทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้กินเยอะแต่ไม่อ้วน หรือมีน้ำหนักลดร่วมด้วย อาการที่พบบ่อย เช่น ถ่ายบ่อย ท้องเสียเรื้อรัง หรือระบบขับถ่ายทำงานไวผิดปกติ หากมีอาการลักษณะนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
โรคมะเร็งบางชนิด
มะเร็งบางประเภทอาจส่งผลต่อระบบเผาผลาญและสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากผิดปกติ ส่งผลให้กินมากแต่น้ำหนักลดหรือไม่เพิ่ม หากมีอาการผอมลงโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลีย หรือมีความผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
แหล่งที่มา : kapook.com